ให้ AI เขียนงานแบบไหน ก็จับไม่ได้ว่าเป็น AI! ถ้าใช้วิธีนี้ สำนวนเหมือนเราเขียนเอง ประหยัดเวลา 3 เท่า พี่นุกสรุปให้แล้ว เซฟไว้เลย
หลายคนบอกว่า ใช้ AI เขียนงานแล้วอ่านรู้เลย ว่านี่ AI เขียน
ประโยคยาว สำนวนฝรั่ง อ่านแล้วรู้สึกไม่ใช่เรา
แต่ปัญหานี้ แก้ได้ครับ และง่ายกว่าที่คิดด้วย
วิธีที่พี่นุกจะแชร์วันนี้ คือการใช้ฟีเจอร์ Claude Project ซึ่งพี่นุกลองใช้งานแล้ว บอกเลยว่า work มากๆ เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียน แต่ช่วยเขียน ในสำนวนของเรา ด้วย
Claude Project คืออะไร ทำไมต้องใช้ตัวนี้?
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจว่า AI ทั่วไป มันไม่รู้จักเรา
เราพิมพ์คำสั่งไป มันก็เขียนมาให้ในสไตล์ AI ทั่วๆ ไป ซึ่งมันไม่ใช่เรา
แต่ Claude Project มันต่างออกไป เพราะเราสามารถ ใส่ตัวอย่างงานเขียนของเราลงไปได้เลย เหมือนกับการให้ AI อ่านงานของเราจนเข้าใจสำนวน แล้วค่อยเขียนให้
พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะจ้างคนเขียนที่ไม่รู้จักเราเลย เราก็ให้มันอ่านงานเราก่อน 20-50 ชิ้น แล้วค่อยสั่งงาน ผลลัพธ์มันคนละเรื่องกันเลยครับ
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมไฟล์งานเขียนของเรา
ก่อนจะเริ่ม ต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อน
สิ่งที่ต้องรวบรวมคือ งานเขียนของเราเอง ประมาณ 20-50 บทความ
ยิ่งมีเยอะ ยิ่งดีครับ เพราะมันคือฐานข้อมูลที่ AI ใช้วิเคราะห์สำนวน ถ้ามีชุดความรู้ที่เราเขียนเองด้วย ก็จะยิ่งดีมาก เพราะมันจะตรงใจทั้งตัวเรา และคนที่ติดตามงานเขียนของเราอยู่แล้ว
ขั้นตอนที่ 2 สมัครใช้งาน Claude.ai
ฟีเจอร์ Claude Project นี้ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ สมัครแพ็กเกจรายเดือน ขั้นต่ำ 20 USD
ถ้ายังใช้แบบฟรีอยู่ ฟีเจอร์นี้จะยังเปิดไม่ได้นะครับ
ขั้นตอนที่ 3 สร้าง Project ใหม่
เข้าไปที่ Claude.ai แล้วกด New Project ได้เลย
ตั้งชื่อให้เรียบร้อย เช่น “สำนวนการเขียนของเรา” หรือจะตั้งตามชื่อแบรนด์ก็ได้ครับ
ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่า Instruction ให้ AI รู้จักเรา
ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ
ให้ไปที่ช่อง Instruction แล้วพิมพ์ลงไปว่า
“เนื้อหาในไฟล์แนบทั้งหมด คือสไตล์การเขียนของ (ชื่อเรา) ใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่า (ชื่อเรา) และลงท้ายด้วยครับ ใช้ภาษาง่ายๆ และมีการเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ใช้ภาษาที่กระชับ อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที”
อันนี้ ปรับให้เข้ากับสไตล์ตัวเองได้เลยนะครับ ไม่ต้องเหมือนเป๊ะๆ สำคัญคือบอก AI ให้ชัดว่า เราเขียนแบบไหน ใช้ภาษาแบบไหน
ขั้นตอนที่ 5 อัพโหลดไฟล์งานเขียน
ไปที่ส่วน Files แล้วเอาไฟล์งานเขียนของเราใส่ลงไปได้เลย
ทำได้ 2 แบบคือ Upload ไฟล์ขึ้นไปโดยตรง หรือจะคัดลอกเนื้อหาวางลงไปเองก็ได้ครับ
ขั้นตอนที่ 6 เริ่มใช้งานได้เลย
เมื่อตั้งค่าครบแล้ว ถือว่าเรามี หน่วยเขียนงานในสำนวนของเราเอง พร้อมใช้แล้วครับ
วิธีใช้งานง่ายมาก ก็คือ
- หา Content หรือไอเดียที่ต้องการเขียนมา
- สั่งให้ AI เขียนร่างมาก่อน แบบข้อมูลทั่วไป
- Copy เนื้อหานั้นมาใส่ใน Claude Project แล้วพิมพ์ว่า “ปรับให้เป็นสไตล์การเขียนของ (ชื่อเรา)”
เท่านี้เอง ก็จะได้งานเขียนที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเราเขียนเองแล้วครับ!
คำถาม สำหรับเจ้าของธุรกิจ เกี่ยวกับใช้ claude project
ถาม: ไม่มีงานเขียนสะสมมาก่อนเลย จะเริ่มต้นใช้ Claude Project ได้มั้ย?
ได้ครับ แต่แนะนำให้เริ่มเขียนสะสมก่อนสัก 10-15 ชิ้น ไม่ต้องยาวมาก แค่โพสต์แนะนำสินค้า หรือ Content ที่เคยโพสต์ใน Facebook ก็ใช้ได้แล้ว ยิ่งมีมาก AI ก็ยิ่งจับสำนวนได้แม่นขึ้นเท่านั้น
ถาม: ถ้าเราไม่ได้เขียน Content เอง แต่มีทีมเขียนให้ จะใช้วิธีนี้ได้มั้ย?
ได้เช่นกันครับ แค่ใส่ไฟล์งานที่ผ่านการแก้ไขโดยเรา หรืองานที่เราพอใจแล้วลงไป เพราะ AI จะเรียนรู้จากงานที่ใส่เข้าไป ถ้าใส่งานที่ดี ผลลัพธ์ก็จะออกมาดีตามครับ
ถาม: ค่าใช้จ่าย 20 USD ต่อเดือน คุ้มมั้ยสำหรับเจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเริ่ม?
คุ้มมากครับ ถ้าเทียบกับการจ้างคนเขียน Content เดือนละหลายพันบาท แค่ใช้ฟีเจอร์นี้ทำ Content ได้ทุกวัน ในสำนวนที่เหมือนเขียนเอง ก็คืนทุนได้ไวมากแล้ว
คำถาม สำหรับนักการตลาด เกี่ยวกับการใช้ cluade project
ถาม: ใช้ Claude Project ช่วยเขียน Content ให้ลูกค้าหลายเจ้าได้มั้ย?
ได้ครับ แค่สร้าง Project แยกให้แต่ละแบรนด์ แล้วใส่ไฟล์งานเขียนของแต่ละแบรนด์ลงไปแยกกัน เวลาเขียนงานให้ลูกค้าคนไหน ก็เข้าไปใช้งาน Project ของคนนั้น สำนวนก็จะไม่ปะปนกันครับ
ถาม: ถ้าอยากใช้เขียน Caption โซเชียล หรือ Script วิดีโอ ทำได้มั้ย?
ทำได้หมดเลยครับ ทั้ง Caption Facebook, TikTok, Script คลิปสั้น หรือแม้แต่ข้อความบรอดแคสต์ LINE OA ก็ได้ แค่บอก AI ให้ชัดว่าต้องการอะไร ในรูปแบบไหน แล้วให้ปรับสำนวนให้เหมือนเจ้าของแบรนด์ได้เลย
ถาม: ทำงาน Content ให้ลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าใช้วิธีนี้ ควรบอกลูกค้ามั้ยว่าใช้ AI ช่วย?
อันนี้ขึ้นกับข้อตกลงกับลูกค้าแต่ละรายครับ แต่สิ่งสำคัญคือ AI เป็นแค่ เครื่องมือช่วยเขียน ส่วนไอเดีย กลยุทธ์ และการตรวจทานขั้นสุดท้ายยังต้องเป็นเรา คุณภาพงานยังอยู่ที่นักการตลาดเป็นคนควบคุมอยู่ดีครับ
สรุป ทำไมวิธีนี้ถึงต่างจากการใช้ AI ทั่วไป?
ความต่างหลักๆ มีอยู่ 2 เรื่องครับ
เรื่องแรกคือ AI รู้จักเรา ก่อนจะเขียน ไม่ใช่เดาเอาว่าเราชอบสไตล์ไหน
เรื่องที่สองคือ ประหยัดเวลาได้มาก เพราะแทนที่เราจะต้องมานั่งแก้ทีละประโยค AI ก็จะเขียนมาให้ใกล้เคียงที่สุดตั้งแต่รอบแรกเลย
ลองไปทำดูนะครับ พี่นุกบอกได้เลยว่า ถ้าทำ Project นี้เสร็จ การทำ Content จะง่ายขึ้นมากจริงๆ
ใครอยากเรียนเรื่องการใช้ AI ในการทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ทักมาได้เลยครับที่ LINE @digitalnookacademy
#digitalnook #การตลาดออนไลน์
บทความ Ai Marketing เพิ่มเติม
คอร์สเรียน In-house Training
ออกแบบเพื่อยกระดับทีมงานและองค์กรให้เข้าใจกลยุทธ์การตลาดยุค 2026 อย่างเป็นระบบ พร้อมประยุกต์ใช้ AI Marketing ควบคู่กับเครื่องมือหลักอย่าง Facebook, LINE OA และ TikTok ได้อย่างถูกต้อง วัดผลได้ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง จากประสบการณ์ผู้สอนกว่า 25 ปี ในหลายองค์กร
สนใจเรียนโปรไฟล์ผู้สอน
พี่นุก : ฐิติพันธ์ จินาจันทร์
DigitalNook (พี่นุก) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี
พร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตในโลกออนไลน์
ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่ปูพื้นฐานจนถึงการทำโฆษณา
ไม่ว่าจะเป็น TikTok Shop, Facebook Ads, LINE OA
สนใจติดคอร์สสอนของ Digitalnook :
อีเมล์ :
LINE :
เบอร์โทร :
ดูคอร์สเรียนทั้งหมด : คลิกที่นี่
.

