ขายดีแค่ไหน แต่พอดูยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีแล้วใจแป้วทุกที 😮💨 เพราะโดนหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มไปเกือบ 20% ของยอดขาย ยังไม่นับค่าแอดและค่าโปรโมชันอีกนะครับ
ข่าวดีคือ กระทรวงพาณิชย์ นำโดยคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เจรจากับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop สำเร็จแล้ว ให้ลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับกลับไปใช้อัตรา ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นเวลา 6 เดือน
แต่ไม่ใช่ทุกร้านจะได้สิทธิ์อัตโนมัตินะครับ วันนี้พี่นุกสรุปมาให้ว่าใครได้ ได้เท่าไหร่ และต้องทำอะไรก่อนพลาด 👇
มาตรการนี้คืออะไร ใช้ช่วงไหน
ลองนึกภาพว่าเราเช่าแผงขายของในห้าง แล้วห้างยอมลดค่าเช่าให้ 6 เดือน นั่นแหละครับคือมาตรการนี้
สิ่งที่ลดคือ ค่าธรรมเนียมภาคบังคับ ได้แก่ GP (ค่าคอมมิชชันที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขาย) ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าธุรกรรม มีผลตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2570
คาดว่าจะมีผู้ค้าได้สิทธิ์ราว 1.2 ล้านราย (บุคคลธรรมดาราว 1.02 ล้าน และนิติบุคคลราว 1.8 แสน) ประหยัดรวมกันประมาณ 1,930 ล้านบาท
ใครได้สิทธิ์บ้าง
เกณฑ์หลักมี 3 ข้อครับ
ข้อแรกคือ รายได้ต่อปี บุคคลธรรมดาต้องไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ส่วนนิติบุคคลต้องไม่เกิน 3.5 ล้านบาท
ข้อสองคือ หมวดสินค้า ครอบคลุมทุกหมวด ยกเว้น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ข้อสามที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมี ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วเท่านั้น ข้อนี้คนพลาดเยอะที่สุดครับ
ลดลงเท่าไหร่ในแต่ละแพลตฟอร์ม
อัตราใหม่ของ Shopee อยู่ที่ 8.03–13.91% จากเดิมสูงสุด 19.26% ลดลงได้ถึงราว 33%
TikTok Shop อยู่ที่ 11.24–17.66% จากเดิมสูงสุด 21.94% ลดลงได้ราว 35%
ส่วน Lazada อยู่ที่ 7.50–11.60% จากเดิมสูงสุด 17.50% ลดลงได้ถึงราว 43%
อัตราจริงของแต่ละร้านขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าและประเภทร้านค้านะครับ
ลองคิดเป็นเงินดูครับ
สมมติขายครีมกันแดดราคา 300 บาท บน Shopee ในหมวดที่เคยโดนหักสูงสุด 19.26% เท่ากับโดนหักชิ้นละราว 58 บาท
ถ้าเหลือ 13.91% จะโดนหักราว 42 บาท ประหยัดชิ้นละประมาณ 16 บาท ขายเดือนละ 300 ชิ้นก็เก็บกำไรเพิ่มได้ราว 4,800 บาทต่อเดือนครับ 💰
3 ขั้นตอนที่ต้องทำ
1. เช็กคุณสมบัติตัวเองก่อน
ดูยอดรายได้ต่อปีว่าอยู่ในเกณฑ์ไหม และเช็กว่ามีทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วหรือยัง
ถ้ายังไม่มี บุคคลธรรมดาไปจดได้ที่ สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือ เทศบาล/อปท. (ต่างจังหวัด) ส่วนนิติบุคคลไปที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ครับ
2. ลงทะเบียนรับสิทธิ์ เริ่ม 1 พ.ย. 2569
แพลตฟอร์มจะส่ง Notification แจ้งเตือนบนแอปหรือเว็บ ใครมีทะเบียนแล้วกดรับสิทธิ์และยืนยันตัวตนได้เลย
ใครยังไม่มีต้องไปจดก่อน และต้องรอตรวจสอบราว 10 วันทำการ อย่าปล่อยไว้นาน เพราะถ้าจดช้าอาจได้สิทธิ์ช้ากว่าคนอื่นครับ
3. หลังได้สิทธิ์ อย่าลืมตรวจค่าธรรมเนียมจริง
หลังวันที่ 1 ธ.ค. ให้เข้าไปดูรายงานการเงินว่าโดนหักค่าธรรมเนียมตามอัตราใหม่จริงหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้รีบติดต่อแพลตฟอร์มครับ
ข้อควรระวังที่พี่นุกอยากเตือน ⚠️
มาตรการนี้ลด เฉพาะค่าธรรมเนียมบังคับ เท่านั้น ค่าโฆษณา ค่าเข้าร่วมโปรโมชัน และบริการเสริมต่าง ๆ ยังจ่ายเท่าเดิม
แคมเปญ 11.11 ยังใช้อัตราเดิม เพราะสิทธิ์เริ่ม 1 ธ.ค. ส่วน 12.12 คือแคมเปญใหญ่แรก ที่ได้ใช้อัตราใหม่ เตรียมสต็อกและวางโปรไว้ให้ดีครับ
และนี่คือ มาตรการชั่วคราว หลัง 31 พ.ค. 2570 อัตราอาจกลับไปสูงเหมือนเดิม ถ้ายังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการใหม่ออกมา
ใช้ 6 เดือนนี้ให้คุ้มที่สุด
พี่นุกแนะนำว่าอย่าเอาส่วนต่างที่ประหยัดได้ไปลดราคาจนหมดนะครับ เพราะพอครบ 6 เดือน ถ้าต้องขึ้นราคากลับ ลูกค้าจะรู้สึกทันที
ทางที่ดีกว่าคือเอาเงินส่วนนี้ไปลงทุนกับสิ่งที่อยู่ต่อได้ เช่น ทดสอบคอนเทนต์ใหม่ ทำ Creative โฆษณาเพิ่ม หรือเก็บฐานลูกค้าเข้า LINE OA เพื่อให้ขายซ้ำได้โดยไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มอย่างเดียวครับ
ถ้าอยากเรียนรู้เรื่องการขายบน TikTok Shop และวางแผนต้นทุนโฆษณาให้กำไรเหลือจริง ทักมาได้เลยนะครับ
📲 LINE OA : @digitalnookacademy
#digitalnook #การตลาดออนไลน์
ส่วนที่ 2 — FAQ
กลุ่มเจ้าของธุรกิจ
Q: ร้านเล็ก ๆ ขายไม่เยอะ คุ้มไหมที่จะไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับสิทธิ์นี้?
A: คุ้มครับ เพราะส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุกออเดอร์ ยิ่งขายนานยิ่งสะสม ลองเอายอดขายต่อเดือนคูณส่วนต่างค่าธรรมเนียมดูก่อน แล้วเทียบกับเวลาที่ต้องเสียไปจด และที่สำคัญ ทะเบียนนี้ไม่ได้ใช้แค่รอบนี้ ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของร้านในระยะยาวด้วยครับ
Q: ถ้าทำงานประจำแล้วขายออนไลน์เสริม ยังได้สิทธิ์ไหม?
A: ถ้าขายในนามบุคคลธรรมดา รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และไม่ได้ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ก็เข้าเกณฑ์ครับ ส่วนรายละเอียดว่านับรายได้จากแหล่งไหนบ้าง แนะนำให้ดูเงื่อนไขในหน้ารับสิทธิ์ของแพลตฟอร์มอีกครั้ง เพื่อความชัวร์ครับ
Q: ครบ 6 เดือนแล้วค่าธรรมเนียมกลับมาแพง ควรเตรียมตัวยังไง?
A: ให้วางราคาขายโดยคิดจากอัตราเดิมไว้ก่อน แล้วมองส่วนที่ประหยัดได้เป็นกำไรพิเศษชั่วคราว ระหว่างนี้ให้สร้างช่องทางขายที่เป็นของเราเอง เช่น LINE OA หรือเพจ จะได้ไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มเดียว พอครบกำหนดจะได้ไม่สะดุดครับ
กลุ่มนักการตลาด
Q: ค่าธรรมเนียมที่ลดลง ควรเอาไปลงกับค่าแอดหรือลดราคาสินค้าดี?
A: พี่นุกแนะนำให้คำนวณ Break-even ROAS (ROAS จุดคุ้มทุน คือยอดขายต่อค่าแอดที่ทำให้ไม่ขาดทุน) ใหม่ก่อนครับ เพราะพอค่าธรรมเนียมลด มาร์จิ้นจะสูงขึ้น จุดคุ้มทุนจะต่ำลง แปลว่ายิงแอดได้กว้างขึ้นโดยยังไม่ขาดทุน การลงกับแอดหรือคอนเทนต์มักได้ผลระยะยาวกว่าการลดราคา ซึ่งดึงกลับยากเมื่อมาตรการจบครับ
Q: ค่าโฆษณา GMV Max หรือ Shopee Ads ได้ลดด้วยไหม?
A: ไม่ได้ลดครับ มาตรการนี้ลดเฉพาะค่าธรรมเนียมบังคับ คือ GP ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าธุรกรรม ส่วนค่าโฆษณา ค่าเข้าร่วมโปรโมชัน และบริการเสริมยังคิดเท่าเดิม เวลาทำรายงานจึงควรแยกบรรทัดค่าธรรมเนียมกับค่าแอดออกจากกัน จะได้เห็นผลจริงของมาตรการครับ
Q: จะวัดผลว่ามาตรการนี้ช่วยเพิ่มกำไรจริงได้ยังไง?
A: ให้ดึงรายงานการเงินจาก Seller Center เทียบช่วงก่อนและหลัง 1 ธ.ค. โดยดู Take rate (สัดส่วนค่าธรรมเนียมรวมต่อยอดขาย) และกำไรสุทธิต่อออเดอร์ ไม่ใช่ดูแค่ยอดขาย แนะนำให้แยกเป็นรายหมวดสินค้าด้วย เพราะอัตราจริงต่างกันตามหมวด จะได้รู้ว่าสินค้าตัวไหนควรดันในช่วงนี้ครับ
บทความ TIkTok เพิ่มเติม
คอร์สเรียน In-house Training
ออกแบบเพื่อยกระดับทีมงานและองค์กรให้เข้าใจกลยุทธ์การตลาดยุค 2026 อย่างเป็นระบบ พร้อมประยุกต์ใช้ AI Marketing ควบคู่กับเครื่องมือหลักอย่าง Facebook, LINE OA และ TikTok ได้อย่างถูกต้อง วัดผลได้ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง จากประสบการณ์ผู้สอนกว่า 25 ปี ในหลายองค์กร
สนใจเรียนโปรไฟล์ผู้สอน
พี่นุก : ฐิติพันธ์ จินาจันทร์
DigitalNook (พี่นุก) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี
พร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตในโลกออนไลน์
ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่ปูพื้นฐานจนถึงการทำโฆษณา
ไม่ว่าจะเป็น TikTok Shop, Facebook Ads, LINE OA
สนใจติดคอร์สสอนของ Digitalnook :
อีเมล์ :
LINE :
เบอร์โทร :
ดูคอร์สเรียนทั้งหมด : คลิกที่นี่
.

